2007/May/11


an inconvenient truth

ความจริงที่น่าอึดอัด

บางครั้งคนเราก็ไม่สามารถรู้สึกสบายใจในการรับฟังความจริง

เมื่อหลายเดือนก่อน ได้ชมภาพยนตร์สาระคดีเรื่อง an inconvenient truth

ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย Al Gore อดีตคู่แข่งประธานาธิปดีสหรัฐอเมริกา
ผู้ผันตัวมาเป็นนักรณรงค์เพื่อธรรมชาติ

พวกเราหลายๆคนก็คงได้ยินเรื่องหลายๆเรื่องเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนมานานแล้ว แต่ก็ดูยังเป็นปัญหาไกลตัว

แต่ว่า

การเปลี่ยนแปลงไปหลายๆอย่างของโลก การละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ระดับCO2 ในอากาศที่เพิ่มขึ้น อุณหภูมิที่สูงทำลายสถิติในหลายๆประเทศ

การเปลี่ยนแปลงในได้ส่งผลให้นักวิทยาศาสตร์ต่างๆ ออกมาประกาศเืตือน (ในข่าวเขาบอกว่าเป็น final warning) ว่าถ้าไม่เริ่มร่วมมือกันลงมือทำอะไรสักอย่างตอนนี้ ต่อไปอีกไม่กี่ปี หลายๆทวีปจะไม่สามารถใช้เป็นที่อยู่ได้
การเตื่อนนี้ ฟังดูแล้วก็น่ากลัวดี

แม้แต่ในกรุงเทพในขนาดนี้ ก็ยังมีแผนการรณรงค์ให้เปิดไฟ วันละสิบห้านาที (หรือเปล่า?)

ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ที่นี่ก็มีการรณรงค์ในแบบเดียวกันเช่นกัน

ให้ปิดไฟหนึ่งชั่วโมง เป็นโครงการที่เรียกว่า earth hour

เห็นเค้าบอกว่ามันจะช่วยลดการปล่อย CO2 สู่ชั้นบรรยากาศได้เยอะโข (แต่จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่)

จากการดูภาพยนตร์(กึ่งสาระคดี)เรื่องนี้ ทำให้ต้องตระหนักถึงความสำคัญของการใช้พลังงาน

การร่วมมือของทุกฝ่าย ตั้งแต่ ระดับชาติ บริษัทต่างๆ และประชาชนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก
หลายๆประเทศได้ ตระหนักถึงปัญหานี้ และได้ลงมือบางอย่าง ในการแก้ไข
บริษัทข้ามประเทศหลายๆบริษัทก็เช่นกัน ได้จับกลุ่มกัน รนรงค์เรื่อง sustainable development การพัฒนาแบบยั่งยืน
เดี๋ยวนี้ก็มีหลายๆองค์กรใหม่ๆ ที่เป็นองค์กรเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง


จากการดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว
จุดประสงค์ของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการให้ความรู้กับประชาชน
ที่ยังเข้าใจผิด คิดว่าปัญหาพวกนี้เป็นเรื่องไกลตัว
-

ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วก็ยังนึกถึงคำพูดที่ว่า "the american way of life is not negotiable" ของประธานาธิปดี จอร์จ บุช เมื่อหลายปีก่อน
ที่ได้พูดไว้เพื่อเป็นการโต้ตอบแรงกดดันจากกลุ่มประเทศยุโรป และ หลายๆองค์กร
ให้ประเทศที่"พัฒนาแล้ว" อย่างสหรัฐอเมริกา ให้เพิ่มมาตรฐานในด้านสิ่งแวดล้อมหลายๆด้าน เพราะความ"ด้อยพัฒนา"ในการรักษาสิ่งแวดล้อม
พร้อมกับให้รณรงค์ให้ประชาชนรูุ้ึถึงด้านมืดของลัทธิบริโภคนิยม

แต่คำพูดนี้ ถูกใจประชาชนระดับรากหญ้ายิ่งนัก
และยังเป็นคำพูดที่หวานหอมต่อราคาหุ้นของบริษัทน้ำมันด้วยเช่นกัน
-


เขียนแล้วนึกถึงคำพูดของเสียวจันทร์ แรมไพร ที่ว่า
"มนุษย์กระจ้อยร่อยเมื่อเที่ยบกับธรรมชาติ"


สวัสดี



ก่อนจากกัน ชื่อเอ็มนี้ฮามาก
"บอกกับเค้า (คนคุมสอบ) ได้มั้ย ว่าให้หันไปก่อน อ้อนวอนขอให้เขาเห็นใจกันบ้าง"
อันนี้เข้าใจความรู้สึกเลย
:D

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โครงการประหยัดพลังงานรักษาสิ่งแวดล้อม หรือโครงการอื่นเพื่อการรักษ์โลกมีออกมาเยอะ แต่ก็หายเงียบไปเยอะเช่นกัน

ในบางครั้ง... มนุษย์ก็ยิ่งกว่า กระจ้อยร่อยอีก นะคะ

ปล. รณรงค์ "ปิดไฟ 15นาที" ค่ะ ไม่ใช่เปิด ^^'
#1  by  + MaeBin + At 2007-05-11 20:04, 
สวัสดี...ยังหามาดูไม่ได้เลย ช่วงนี้มีกระแสเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะ อย่างวันนี้ฟังข่าวช่อง 5 ยังพูดถึงเลย ว่าจะไปเสิร์ทหาเพราะท่านได้พูดประเทศไทยควรคิดถึงการตระเตรียมสถานที่ที่ลี้ภัยสำหรับคนที่อยู่ในสถานที่ที่เสี่ยงต่อการประสบปัญหาน้ำท่วมคือเขตบางขุนเทียน ใกล้ตัวมากเลย ... ตอนนี้ประเทศอื่นๆเค้าได้ตระเตรียมกันไว้แล้ว รวมทั้งจีนกำลังสร้างเขื่อนเตรียมรองรับน้ำแข็งที่จะละลายลงมาเพื่อไว้ใช้ ซึ่งจะส่งผลให้ภาคอีสานเราขาดแคลนน้ำ
#2  by  ตุ้มเป๊ะ At 2007-05-11 20:37, 
มันน่าจะตื่นตูมกันได้นานแล้วล่ะ
มาตื่นกันตอนนี้ก็เกือบจะสายไปแล้วว
แต่ก็ยังดีนะที่ตื่นกันก่อนจะไม่เหลืออะไรให้ตื่น

แล้วยังสงสัยเลยว่าคำทำนายจะเป็นจริงว่า
ภาคอีสานจะกลายเป็นเมืองท่าของประเทศ...

เอ่อ ชื่อM ปิดท้ายผมชอบนะใช้บ่อยๆ
ความจริงบางอย่างก็เจ็บปวดนี่นะ ..
#4  by  dionysos.exe At 2007-05-11 23:22, 
ใช่ในไทยมีโครงการปิดไฟ แต่เชื่อเถอะ คนส่วนใหญ่ก็ทำกันวันที่รณรงค์เท่านั้นแหละ เพราะในไทยการประชาสัมพันธ์กับ ปลูกจิตสำนึกยังไม่ไปถึงไหนง่ะ
#5  by  lamoon At 2007-05-12 11:20, 
ปัญหามันไม่ได้เกิดกับรุ่นเราหรอก

คิดกันซะอย่างนี้ปัญหามันถึงไม่ได้รับการแก้ซะที อย่างนี้รุ่นลูกหลานเราไม่ตายเรอะ

เฮ้อ ทำใจเรื่องโลกร้อน
#6  by  ว่านหางเดอะเมจ At 2007-05-12 14:09, 
มีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้
ไปหามาอ่านดูสิ
#7  by  สุด At 2007-05-12 22:19, 


* แม้แต่ในกรุงเทพฯขณะนี้ก็มีแผนการ รณรงค์ให้ปิดไฟ(ตรงบางดวง)เป็นเวลาสิบห้านาที * ปิดๆไม่ใช่เปิด

*ความคิดเห็นแรกเค้าก็บอกไปแล้วนะ

----------------------------------------
ถ้าช่วยให้กรุงเทพฯไม่ร้อนอ้าวอบแบบนี้ หนึ่งอย่าง..ช่วยได้มากกว่าอะไรทั้งหมดเลยคือ ควรลดปริมาณตึกใหม่ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็น ลง..

เมื่อก่อนเคยเดินผ่านแล้วเจอต้นไม้
แต่ตอนนี้ไปอีกที แทบจำไม่ได้แล้ว
มีแต่ตึก ตึก แล้วก็ตึก

#8  by  #000,000,018 At 2007-05-15 14:49, 
พิมพ์ผิดอีกจนได้เลย



faint!
#9  by  #000,000,018 At 2007-05-15 14:53, 
อืม.... เยี่ยม ทำไมที่ชมรมตูทำเรื่องนี้ไม่เห็นมีใครสนใจฟร่ะ อิอิ
#10  by  กั๊ก (203.146.165.138) At 2007-05-24 10:47, 

<< Home